รักเรา

post นี้จะเป็น post แรกที่ผมจะเข้ามา post ต่อไป ทุกๆวันที่ 20 ของเดือน มิถุนายน ผมจะเข้ามาเขียน ผมจะเขียนอะไรไม่รู้แหละแต่ผมจะเข้ามาเขียน ผมจะเข้ามาทำให้ผมรู้ว่าผู้หญิงที่ผมรักมากคนนึง ผู้หญิงคนที่เขาโทรมาบอกว่าชอบผมและเราเริ่มคบกันในวันที่ 20 มิถุนายน 2009 ผมไม่สามารถดูแลและเป็นคนดีอย่างที่คนรักคนนึงควรจะทำได้และผมได้ทำให้มันจบลง ฐานะคำว่าแฟนของเราได้จบลง

ที่ผ่านมาผมไม่เคยได้รู้สึกมีค่าและมีความรักที่สมบูรณ์แบบนี้เลย คนที่ให้มีความสุข รอยยิ้ม อยู่ในยามที่ทุกข์ คือคนที่รักผมมากอีกคนนึง แต่แล้วผมนี่เองที่ทำลายมันลง คงไม่อาจโทษใครนอกจากตัวเอง

2 ปี 5 เดือน 24 วัน คือช่วงชีวิตที่ผมมีความสุขกับความรักกับคนรักที่ดีแบบคุณผมจะไม่มีวันลืม

ฉะเชิงเทราของเก่ามาเที่ยวใหม่

ชื่อ blog นี้ก็บอกแล้วว่าเป็นของเก่า ทำไมน่ะเหรอเพราะเจ้าของทริปนี้พี่แกเล่นเอา ทริปที่เคยไปมาแล้วแต่กับบุคคลอื่น มาย้อมแมวกับเราซะงั้นแต่ก็เอาๆ เผื่อจะมีอะไรดีมั่ง วันที่ 11 เดือน ตุลาคาม 2552 คือวันเดินทาง

เดินทาง…….
การเดินทางครั้งนี้ใช้บริการ การรถไฟไทย โดยส่วนตัวแล้วผมไม่อาร์ทพอในการเดินทางด้วยรถไฟ เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะว่าผมมองว่าการเดินทางแบบนี้มาตรฐานยังไม่ดีพอ เป็นการเดินทางแบบรากหญ้าโดยแท้จริงเราไม่สามารถกำหนดอะไรได้เท่าไรเช่นการเลือกที่นั่ง ชม การเดินทางที่ยาวนั่น นี่ผมหมายถึงรถไฟดีเซลทั่วไปนะ แต่สรุปเจ้าของทริปก็เลือกการเดินทางแบบนี้ ไปถึงหัวลำโพงได้เที่ยวรถไฟ 08.30 สิ่งพิเศษคือได้เดินทางด้วยรถไฟฟรีของรัฐบาลพอดี (ขอบคุณไอ้มาร์ค) ขึ้นรถไฟไปเจอปัญหาแรกเลย เราไปใกล้ๆเวลาพอดี เลยไม่มีโอกาสไปเลือกที่นั่งก่อน หวังจะนั่งสวีทสองคน โอ้วฝันไปเถอะ สาธารณะขนาดนี้ต้องไปหาแทรกแซงที่นั่้งเอาเอง โอเคเป็นอันได้นั่งใกล้ๆ ครอบครัวยายหลานคู่นึง นั่งคนละฝั่งกัน ประทับใจแรกของผมกับทริปนี้ หลุดลอยไปเหอะๆ ความง่วงบวกความเซ็งนอนหลับไปละกันใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่าๆถึงจุดหมายสถานีปลายทาง “ชุมทางฉะเชิงเทรา”


หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร
ถึงสถานีรถไฟเดินทางกันต่อไปด้วยรถสองแถวราคาประมาณ 7 – 8 บาท (จำไม่ได้แฮะ) ใช้เวลาไม่นานก็ถึงวัดหลวงพ่อโสธร สิ่งที่เจอก็คืือ โบสถ์หลังใหม่ของวัด และผู้คนที่มีศรัทธาล้มหลามมากราบไหว้หลวงพ่อ ด้วยความร้อนและคนเยอะนั่นเองที่ทำให้ผมเริ่มเกิดอาการเซ็ง แต่ืถือว่าได้มากราบหลวงพ่อเป็นศิริมงคลว่าแล้วก็ไป โบสถ์เก่าที่องค์หลวงพ่อประดิษยฐานอยู่ มาถึงก็ซื้อธูปเทียนดอกไม้เอาไปจุด ระหว่างทางเข้าไปเจอพวกเหล่าตูดหมึกมากมาย มันจุดธูปเทียน แต่ไม่ยอมชูขึ้นมาถือ จ่อๆอยู่ข้างหลังคนอยู่นั่นต้องอาศัยการเหลียวหลังเพื่อระวังเอาเอง ทำไมพวกตูดหมึกเยอะเช่นนี้ใช้่เวลานานพอสมควรจึงได้เข้่าไปถึงบริเวณวางดอกไม้สักการะ เฮ้อยังไม่วายมาเจอพวกตูดหมึกเข้าใจว่ามาขอพรหลวงพ่อแต่คนเยอะๆแบบนี้พวกเอ็งจะขออะไรนานมากมายวะ ผู้คนเยอะแยะเค้ารอจะกราบไหว้ขอพรเช่นกัีน เฮ้อ…
เล่นเอาเสียพลังไปมากเหมือนกันครับการไห้หลวงพ่อครั้งนี้แต่ได้บุญมาเหมือนกัน เสร็จก็ไปสักการะหลวงพ่อที่โบสถ์ใหม่ ที่นี่การจัดการถือว่าโอเคและ @jokebenja ได้ใส่ชุดหลวงจีนด้วยเนื่องจากแต่งกายไม่สุภาพ ฮ่าๆๆๆ ถ่ายรูปชมวิวนั่งพักซักหน่อย ค่อยออกเดินทางต่อไป หัวหน้าทริปวางไว้ที่ ตลาดบ้านใหม่ แต่เดินทางยังไงไปตายเอาดาบหน้าเอา – -“

รถรางชมเมืองช่วยชีวิต….
ออกมาเก้กังๆหน้าวัดเอาไงๆ เราก็พยายามกดดันหัวหน้าทริปพี่แกบอกเตรียมตัวมาดี อิอิ มองข้ามฝั่งถนนไปเอ้า มีรถรางและไกด์หัวหน้าทริปอกลองเดินไปถามดู จุดมุ่งหมายคือตลาดบ้านใหม่ @jokebenja จัดการเดินเข้าไปถาม เหมือนโชคเข้าข้างคนดี ไกด์าวแนะนำให้ไปกับรถรางชมเมืองจะพาไปได้ แต่จะมีแนะนำสถานที่ต่างๆระหว่างทาง ค่าเดินทาง 80 บาทเท่านั้น ว่าแล้ว ทริปนี้เริ่มดูดีนิดนึง ระหว่างรอคนเต็มก็อ่านเอกสารที่เค้าแจกมารอ พบว่าสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก จังหวะนี้แอบเห็นคุณหัวหน้าทริปตกใจเล็กน้อย มีสถานที่แบบนี้ด้วยเหรอนี่ ฮ่าๆๆ อ่านๆไปสะดุดตาและสนใจอันนึงที่เราอยากไปเหมือนกัน งานปั้นทรายโลก ว้าว ~~
รถรางออกเดินทาง มีหนุ่มเซอร์คณะบริหารการท่องเที่ยว โอ้ว เป็นไกด์ระหว่างทาง ผ่านจุดสำคัญๆของเมืองฉะเชิงเทรามากมาย ศาลหลักเมืิอง เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ วัดจีน โรงเรียน โรงบาล สถานีตำรวจ และแล้วก็ถึงจุดหมาย ตลาดบ้านใหม่

ตลาดบ้านใหม่ บ๊ายบายรถราง….
และแล้วก็ถึงจุดหมาย รถรางนัดแนะเวลาให้เวลาเดิน 1 ช.ม. และบอกจุดนัดเจอ จัดการลงรถแล้วเดินถ่ายรูป อยากแรกก็ แชะ หน้าป้ายตลาดบ้านใหม่ และแล้วท้องมันก็เริ่มหิว สะดุดตาเข้ากับ “ร้านเตี๋ยวรือต่อชาม เจ็บ จัด จ้าน” เอ้าดูชื่อแบบนี้มันท้าทายนี่นาจัดไป ร้านนี้ เข้าไปถึงก็สั่งๆ ก๋วยเตี๋ยวคนละชามและแม่ค้าแนะนำเมนูอร่อยร้านนี้ เกาเหลาบก
*เกาเหลาบกคือเกาเหลาแห้งที่ปรุงรสมาอย่างดี มีผักบุ้งและถั่วงอกเยอะ
ร้านนี้ได้ดังชื่อจริงเราจึงต้องต่ออีกชาม อิอิ พออิ่มจากของคาวก็พ่วงขนมหวานคือ ขนมถ้วยไป เสร็จจากเติมพลังก็เดินกันต่อ เดินดูไปถ่ายรูปไป ของกินเยอะมาก ของโบราณๆ ที่เก่าๆ ดูมีมนต์ขลังดี เดินไปจนสุดตลาด จึงไปไหว้พระต่อที่ วัดจีนประชาสโมสร(เล่งฮกยี่)

วัดจีนประชาสโมสร(เล่งฮกยี่) อิ่มบุญอิ่มควัน…..
เข้ามาถึงอากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ มาจุดนี้แวะเข้าไปฉี่ซักนิด วัดจีนนี้มีเทพและพระเยอะมาก ได้ธูปมากำใหญ่ๆ จัดและไหว้ตามจุดต่างๆ ควันขโมงโฉงเฉงกันเลย ถือเป็นจุดที่เสียน้ำตามากที่สุดเลย ไหว้พระ ไหว้เทพขอพร เสร็จแ้ล้วจอดถ่ายรูปซักนิด แน่นอนพอออกมารถรางก็ไม่รอแล้ว เราจึงตัดสินใจ ขึ้นรถสองแถวไป จุดต่อไปคืองานปั้นทรายโลก

งานปั้นทรายโลกประทับใจสุดท้าย….
ติดต่อสอบทางจากรถสองแถวพบว่าไม่มีรถไปถึงโดยต่อเดียว ต้องต่อรถไปสองต่อ เสร็จสรรพจึงตัดสินใจขึ้นรถสองแถวไป ระหว่างทางพบว่าผ่านจุดท่องเที่ยวที่สำคัญๆพอควร ถึงจุดต่อรถที่สถานีตำรวจ หัวหน้าทริปยื่นงงๆ อยู่จึงตัดสินใจขึ้นรถสามล้อไปยังปลายทาง ใช้เวลาซักหน่อยก็ถึงงานปั้่นทรายโลก
ที่นี่ถือว่าน่าทึ่งมาก ด้วยบรรยากาศร่มเย็นและงานประติมากรรมที่สวยงาม เดินชมและถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน มีงานปุ้นจากหลายนักปั้นของทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะไปโซนไหนๆก็สวยงามและประทับใจทุกที่ ใช้เวลาเดินกันพอสมควรจึงแวะมาพักที่ห้างข้างหน้าซักหน่อยและก็ได้เวลากลับสู่กรุงเทพฯ

เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ……
ตกลงปลงใจกันว่าจะกลับโดยรถทัวร์จึงนั่งรถสามล้อไปที่ขนส่ง ไปจัดการซื้อตั๋วและรอรอบรถออก แวะ 7-11 หาซื้อของกินนิดๆหน่อยๆและขึ้นรถไปนั่ง ระหว่างรถออกเดินทางกลับมาจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะหลับตลอดทาง จนมาถึงหมอชิตและเดินทางกลับบ้านกัน

ทริปนี้ค่อนข้างตะกุกตะกักมากเพราะเนื่องจากอารมณ์ของผู้ร่วมทริปเอง แต่ก็ถือว่าเป็นทริปแห่งความทรงจำอีกทริปนึงที่เราจะได้เก็บไว้ร่วมกัน ขอบคุณหัวหน้าทริปสำหรับทริปดีๆแบบนี้ครับ เจอกันทริปหน้า Go………….

เกาะล้าน ..

ทริปนี้ไม่มีอะไรมาก แค่อยากใช้วัีนเกิดอยู่กับคนรัก..  ปีที่แล้วพาพ่อกะแม่ไปไหว้พระ ปีนี้อยากพาคุณเบื้อกไปเที่ยวทะเล  ก็นั่งหาๆๆ ว่าที่ไหนดี บังเอิญได้ไปเจอ รีวิวของเกาะล้าน  ก็เลือกที่นี่เลย ชอบ  อยากแรกคือ ไม่เคยไป และสวย และใส และไม่ไกล สุดท้ายคือไม่แพงด้วย  :D

28  November 2009 ฤกษ์งามยามดีเราจะออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ จากสถานีขนส่งหมอชิต มุ่งหน้า .. เมืองพัทยา ต่อด้วยรถสองแถว ไปที่ท่าเรือแหลมบาลีฮายเพื่อลงเรือไปยังปลายทางของเรา เกาะล้านนนน น   ที่นั่นเราได้ตระเตรียมที่พักกลางทะเลไว้เรียบร้อย  เราจะเอาสัมภาระไปเก็บไว้ที่พัก แล้วเช่ามอเตอร์ไซด์ รวมถึงจ้างคนขับ(คุณเบื้อก) พาเราไปเที่ยวตามหาดต่างๆๆ ของเกาะล้าน จบ Pre ไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า ไว้รออ่านแบบเต็มๆ ที่ Post  จะมีป่าวไม่รู้ คริ๊คริ๊

ที่นี่เกาะล้าน สวย >.<

ขอบคุณภาพจากที่นี่ค่ะ  http://squidbase.multiply.com/

ทริปเดือนกันยายน ..

สวัสดีค่ะ .. นี่คือ pre-blog ของทริปเดือนกันยายน ขณะที่นั่งเขียนอยู่นี่ก็วันสุดท้ายของเดือน กันยายน แน่นอนค่ะ ทริปนี้เราจะได้เดินทางกันในวันอาทิตย์ที่ 4ตุลาคม
ปลายทางของทริปนี้คือ จ.ฉะเชิงเทรา  เราจะออกเดินทางกันแต่เช้า โดย รถไฟ จากหัวลำโพง มุ่งหน้า กบินบุรี แต่เราจะลงที่สถานี จ.ฉะเชิงเทรา
ส่วน สถานที่ที่เราจะไปนั้น ที่คิดไว้คือ เริ่มจาก ไหว้พระ วัดหลวงพ่อโสธร จากนั้น จะไปหาของกินที่ตลาดบ้านใหม่  เดินเล่นตลาดสักพัก จากนั้นก็จะเดินทางต่อไป อีกตลาดนึง
ชื่อว่า ตลาดคลองสวนร้อยปี  ที่นี่  เป็นที่ที่เราอยากไปมาก ตอนได้ดูรูปจาก multiply พี่แพร  ตลาดนี้ลักษณะจะตลาดที่ยังคงอนุรักษ์ วิถีชีวิตแบบเก่าๆๆ น่าไปเยือนจริง

โปรแกรมของทริปนี้ที่คิดไว้ก็ประมาณ นี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ..

อีก 3 วันนะ


สวีทดรีม(เวิลด์)

ดรีมเวิด์ลๆๆ ไปมาแล้วก็ตั้งหลายหน คราวนี้ @hellmonster มาชวน ก็ตอบตกลงในทันที

จำได้ว่า เพิ่งคบกันใหม่ๆๆ ก็มาชวน เราก็ดีใจ จะได้ไปเที่ยวกัีนแบบสองต่อสอง ในสถานะแฟน

23 สิงหาคม 2552 วันที่เราตกลงกันว่า วันนี้แหล่ะ จะไปดรีมเวิด์ล ..

9:00 am @hellmonsterนัดเรามาเจอที่ อนุสาวรีย์ และแล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเรานั่งรถมาจนดินแดง มีเสียงเรียกเข้าจาก @hellmonster เธอบอกเราว่า เพิ่งตื่นนนนน เสียใจมาก โทรไปคุยด้วย 2 รอบ แต่กลับนอนต่อ .. เรานั่งรอ @hellmonster  ที่ป้ายรถเมล์  เพียงไม่นาน

9:12 am @hellmonster มาถึงอนุสาวรีย์ มาเร็วแบบนี้ น้ำไม่อาบแน่เรย (คิดในใจ ..)  เธอหิวมาก จึงได้ซื้อซาลาเปา กับน้ำผลไม้ ที่เซเว่น บริเวณนั้น ซื้อเสร็จรถเมล์ 538 (อนุสาวรีย์ – คลอง 6) มาพอดี จำต้องถืออาหารที่ซื้อมากินบนรถ ..

#บนรถเมล์สาย 538 เรายังไม่เลิกพูดถึงเรื่องที่ @hellmonster มาสายกว่า  ทำให้ @hellmonster ต้องหยิบโทรศัพท์ และเสียบหูฟัง และฟังเพลง และเก็ก ตามรูป ..

สายแล้วเก็ก

10:30 โดยประมาณ  เรามาถึง รังสิตคลอง 4 แระเดินข้ามฝั่งจากที่รถเมล์จอดป้าย เดิน เดิน เดิน ..  จนมาถึงบริเวณป้าย welcome แวะถ่ายรูปกัน

ดูจากรูป @hellmonster ดูเริงร่ามากๆๆ  อีกเพียงไม่ถึงนาที อารมณ์เธอก็เปลี่ยน เราขอข้ามฉากนี้ ไปดีกว่า สำนึกผิด ^^”

Welcome ..

เราขึ้นรถสองชั้นที่มีไว้บริการ รับ-ส่ง ถึงหน้าประตูสวนสนุก โอ้โห่ คนเยอะแยะบานตะไทเรย หน้าประตูทางเข้า @hellmonster จึงบอกให้รีบเข้า ไม่ต้องถ่ายรูปแล้วด้านหน้า เด๋วค่อยมาถ่ายตอนกลับ  เราจึงเดินผ่านประตูเข้ามา  เจอคุณลุงนั่งอ่านแผนที่ อ่ะๆๆ @hellmonster ได้เวลาปล่อยแอ๊ค กวนๆๆ  ตามภาพ ..

ทำไรอ่ัะ hell

จากนั้นเราก็เดินเข้ามาในโซน 7 สิ่งมหัศจรรย์ ถ่ายมั่ง ถูกถ่ายมั่ง แอ๊คกันตามอัธยาศัย  ตรงนี้ทำใ้ห้รู้ว่า @hellmonster เค้ายังจำโพสของเหล่า นางแบบ พริตตี้ สาวนั่งดริ้ง สาวตู้กระจก สาวต้นมะเขือ โอ๊ยยย ย เยอะๆๆ  มาใช้อีก ..

ึึ7 แอ๊คมหัศจรรย์

24.09.2009 มาต่อๆๆ หลังจาก ดราฟ ไว้นาน คิคิ

อ่ะๆๆ  หลังจากเดินถ่ายรูปกันมาเรื่อยๆ ก็ตัดสินใจขึ้นกระเช้าไฟฟ้า จำได้ว่าตอนขึ้นกระเช้านั้น เกือบไม่ได้นั่งกันสองคน เนื่องจากมีสาวสูงอายุคนนึง ไม่มีคู่นั่งเรย เดินมาด่อมๆ มองๆ ที่กระเช้าเรา เหมือนจะขอไปด้วย แต่เธอก็ตัดสินใจเดินไปหากระ้เช้าอื่น ปล่อยให้ ไอเป็ดสองตัว นี้มันหวีดกันไป อิๆ ฉากนี้เรยมีแต่เป็ดสองตัว lol

Picture 036

เดิน เดิน เดิน ..  ที่นี่แหล่ะ บ้านผีสิง ที่รู้สึกว่า @hellmonster กวนตรีนน ที่สุด ถ้าเดินไปเฉยๆๆ ก็ไม่น่ากลัวแล้ว ชอบเดินๆ หยุดๆ รอดูผี จะบร้า หรอผีมันต้องออกมาให้ทันคนสิ เป็นหน้าที่ของมัน นี่อะไร ไม่ไหวๆๆ จุดนี้ หักคะแนนความประทับใจ คิคิ

Picture 037

ต่อด้วย ยานตะลุยอวกาศ กัน เครื่องเล่นชิ้นนี้ รู้สึกจะชิวดี คือ นั่งบนขบวนรถตะลุยอวกาศ แระก็ วิ่งโค้งไป โค้งมา น่ากลัวตรงที่มันเร็วแระมืดนี่แหล่ะ หวือไปหวือมา เหว๋อๆๆ ได้เสียงกี๊ดด ไปนิดหน่อย ..

Picture 048

อ่าาๆๆ มาที่ตรงนี้  ชื่ออะไรไม่รุ๊ แต่เราจะเรียกมันว่ารถไฟเหาะ แล้วกัน  รู้สึกจะเป็นของใหม่ จำได้ว่า คราวก่อนมาเล่นไม่ได้เป็นแบบขาลอย อย่างงี้ แต่เล่นแล้วไม่ได้รู้สึกหวาดเสียวมากขึ้นแต่อย่างใด แค่กลัวรองเท้าจะหลุด แค่นั้นเอง อิๆ ..

Picture 050

และเราก็มาหาเรื่องเปียกกันตั้งแต่ หัววัน ด้วย ซุปเปอร์ สแปรดดดดด ด อันนี้มีจุดกระชากอารมณ์ อยู่จุดนึงก็คือตอนที่ มันดิ่งลงมารู้สึกเหมือนไส้จะหลุด แระที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ ไอน้ำที่สาดมาใส่นี่แหล่ะ ถ้าสกปรกถึงขั้น นี่อาจจะเป็นเชื้อราขึ้นสมองเอาได้ แต่รอบนี้ @hellmonster บอกว่า น้ำเค้าสะอาดขึ้นนะ อ่ะๆ สบายใจ ..  ยังไม่จบแค่นั่งเรือลงน้ำนะ พอขึ้นจากเรือ หลายคน โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็ก จะชอบมายืนตรงสะพาน ให้น้ำสาดใส่ (สนุกตรงไหนก็มิทราบ – -” )  หนุกหนานกันไป  ส่วนภาพนี้ สังเกตุว่าเป็นภาพที่ลงตัวมาก คนถ่ายเค้าสามารถ กดชัตเตอร์ได้ตรงกับจังหวะที่น้ำกระเซน ประดุดดั่งสั่งสายน้ำ ให้หยุดได้  อิๆ

Picture 056

ไหนๆๆ ก็เปียกแล้ว มาต่อด้วยไอนี่เรย และกัน แกรนด์ แคน ย่อน ย่อน   เครื่องเล่นนี้ มันคือล่องแก่ง แบบกระจอก นั่นเอง หุหุ  เล่นไปไม่มีอะไร เบี่ยงร่างกายหลบน้ำอย่างเดียว .. พอจบจาก ล่องแกง กระจอกนี้ รู้สึกว่าเราจะเริ่ม เหนื่อยๆๆ ไปตามสภาพ ก็จะให้เหมือนตอนเด็กๆ ได้อย่างไร เล่นมันทุกอย่าง อย่างละหลายรอบอีกตะหาก อ่ะๆ พอรู้ึสึกว่าเหนื่อย ก็เรยไปหาที่นั่งกินข้าวกัน  ตัดสินใจเดินเข้า KFC  ที่ที่ เราเคยมาเจอพี่อู๊ด #เป็นต่อ ด้วยกันเมื่อกาลครั้งหนึ่ง หุหุ

ว๊าคคค ค ไอเป็ดบ้าพลัง !!!! !

Picture 059

เรากินไก่กันจนอิ่มได้ที่  เนื้อตัวเริ่มแห้ง  เราก็ออกเดินหาของเล่นกันต่อ  โดยดูจากตั๋วเครื่องเล่นว่ายังเหลืออะไรให้เล่นอีกมั่ง แต่ที่แน่ๆ ไวกิ้งนี้ ผ่านไปเรย หัวหน้าทริป เค้าว่าอย่างนั้น  คิคิ แล้วก็เหลือบไปเห็นเครื่องเล่นชิ้นหนึ่ง มันคือ 4D เฮ้ยยย ย เคยดูแต่ 3D นี่ 4D ยังไงๆๆ  เราออกเดินหาที่ตั้งของ 4D  แระก็มาเจอคนต่อคิวกันเยอะพอสมควร ส่วนตัวไม่รู้ว่า มันจะหนุกหรือป่าว ลองดู ของใหม่ พอได้เข้าไปในโรงก็ยังไม่รู้สึกอะไร @hellmonster ก็ทำการสำรวจที่นั่งก่อนเรย ว่ามันจะมีอะไรพิเศษสำหรับการเป็น 4D รึ๊ป่าว ด้วยความที่เป็นคนช่างสังเกตุ ก็เจอจุดน่าสงสัยมากมาย ส่วนเรานั้น  คิดแต่ว่า คงแค่สั่นๆ ธรรมดา เถียงอยู่กะ @hellmonster ได้สักพัก หนังก็เริ่มฉาย ด้วยเนื้อเรื่องตอนแรกๆ นั้นยังไม่มีอะไรมาก และแล้วมันก็เริ่มมีอะไร เริ่มด้วยฉากที่มีแมลงบินอยู่ มันสามารถทำให้เหมือนกันว่า ตัวแมลงจะบินมาชนเราได้ ขอบอกว่าสมจริง ทำเราสะดุ้งทุกที  ยังไม่พอ มาเจอฉาก หนูวิ่งอีก อันนี้ชอบมาก ทำเหมือนมีหนูมาวิ่งชนขาจริงๆๆ ตอนนั้นมองไป เบาะข้างๆๆ ถึงขั้นยกขาขึ้นไว้บนเบาะ เหอๆๆ สนุกมาก

Picture 074

29.09.2009 วันนี้เลขสวยเหมือนกัน มาต่อดราฟ ให้จบ แล้่วได้ ฤกษ์ พลับบริค :D

จบจากๅ 4D แล้วก็ เดิน เดิน เดิน ไปเมืองหิมะ ชอบมากที่นี่ มีตัวละครเมืองหนาวให้ถ่ายรูปกัน ตามอัธยาศัย และอีกด้านนึง ก็เป็นที่เล่น ให้สไลด์ตัวผ่านน้ำแข็งลงมา ตรงนี้ สนุกดี เราเดินขึ้นเดินลง หลายรอบ หนาวก็หนาวนะ เจ็บก้นด้วย สะใจดี หุหุ  ส่วน @hellmonster นั้น อ่อนมาก เล่นไม่กี่รอบ ก็ถอดใจ ไม่เล่นแล้ว ให้เราบ้าเล่นไปคนเดียว 55 ..

Picture 092

ออกจากเมืองหิมะ ก็จำความไม่ได้แล้วว่าเล่นอะไรอีกบ้าง คิคิ  แต่จำได้ว่ามายืนรอ ขบวนพาเลส ที่มันจะมีตัวละครในเทพนิยายต่างๆๆ มาเดินโชว์ให้เด็กๆๆ ได้ทักทายถ่ายรูปกันตามอุปนิสัย ส่วน @hellmonster ก็ไม่พลาดที่จ้องมองเพียง ตัวละคร สาวๆๆ  แย่มาก คิคิ ..  เสร็จจากขบวนพาเลส เราก็มาเดินเล่นถ่ายรูปกัน เอ่อออ ไม่แน่ใจนะว่า ชื่อ สวน4ทวีป หรือป่าว ประมาณนี้แหล่ะ ที่นี่มี ฉากให้ถ่ายรูปมากมาย สวยด้วย เห็นบางคนที่จะแต่งงานกัน เค้าก็มาถ่าย พรีเว็ดดิ้ง ที่นี่  ถ่ายรูปเล่นกันได้ประมาณหนึ่ง

ก็ถึงเวลาอันสมควร กลับบ้านกันดีกว่า ขากลับเดินออกมา ก็ไม่ลืมที่จะนำคูปอง ไปแลกไอติมกินฟรี แต่มันแย่ตรงที่เป็นไอติม ช๊อคโกแลตน่ะสิ เรากินได้คนเดียว @hellmonster ไม่ชอบกินช๊อคโกแลต เลยต้องทิ้งไป .. พอเดินออกมาถึงด้านหน้า มีรถตู้ที่ไปอนุสาวรีย์มาจอดรอ เป็นแถว สะดวกดีจริงๆๆ ไม่ได้รีรออะไร ซื้อน้ำสไปร์กระป๋องดื่มแล้ว ก็พากันขึ้นรถตู้ ตรงไปอนุสาวรีย์ ระหว่างทางนั้นก็นอนหลับคอพับคออ่อน

และเราก็มาถึงอนุสาวรีย์  พอลงจากรถตู้เราก็เดินหามื้อเย็น มื้อเย็นของเราวันนี้คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ซัดกันไปพอสมควร ตามภาพเรย (@hellmonster เก็กดุ)

Picture 108

เสร็จจากก๋วยเตี๋ยวเรือ เราก็เดินทางกลับสำโรง @hellmonster นั่งรถไปส่งเราที่สำโรง .. จบลงแล้วทริปนี้ one day trip หนุกหนาน หลากอารมณ์  สุดท้ายยยย ขอบคุณที่รัก พาเรามาตะลุยโลกแห่งความฝันที่ Dreamworld  …  (-/|\-)

ดรีมเวิลร์ดที่เกือบสูญ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าที่ บ. ผมเค้ามีมาขายบัตรเครื่องเล่นชุดแบบธรรมดาของสวนสนุกนี้ บวกกับเข้าชมเมืองหิมะ ในราคาที่ถูกกว่าปกติ (น่าจะประมาณซัก 50 – 100 บาท) ก็ด้วยความอยากไปอยู่แล้วจึงตัดสินใจซื้อเลย 2 ใบ

ความจริงแล้วทริปนี้เป็นทริปแรกของเรา ถือเป็นจุดเริ่มต้นเลยที่เราคิดจะไปเที่ยวกันเดือนละครั้ง แต่พอดีมีอารมณ์อยากไป ธรรมชาติจึงได้เกิด สวัสดีอัมพวา ขึ้นก่อน ทริปนี้เลยโดนแทรกแทรงไปโดยปริยายแล้วเลื่อนมาเป็นทริปที่สอง ได้ไปสวีทแบบย้อนวัยที่ดรีมเวิร์ล

ทริปนี้ไม่ต้องเตรียมการอะไรมาก ด้วยบัตรก็ซื้อแล้วการเดินทางก็ไม่ได้ยากเลย แต่ทริปนี้ก็เกือบจะได้ไม่ไ้ด้มีแล้ว …….

เรื่องราวมีอยู่้ว่า 1 เดือนที่แล้วเราตกลงคบกันเป็นแฟน แน่นอนเป็นที่ตกใจของเพื่อนๆ เป็นtalk of the town อยู่ช่วงหนึ่งอีกทั้่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาต่างๆนานาจากผู้คนรอบข้างว่า “เร็วไปมั้ย” “เฮ้ย เป็นแฟนเลยเหรอวะ” “ชอควงการมาก” บลาๆๆๆ แต่เราก็ไม่เคยสนใจและคิดว่าถ้าเรารักกันมันคงข้ามผ่านทุกอย่างได้ แต่แล้วก่อนจะเกิดทริปนี้ขึ้นสองวัน ก็ได้เกิดเรื่องขึ้น ……..

ช่วงนี้ผมประสบเป็นอาการคล้ายๆโรคไมเกรนอันเกิดจากความเครียดหลายๆอย่าง 1 ในนั้นก็คือ จาก @jokebenja ในความที่เป็นคนเข้าใจยาก รู้ช้า ไม่เข้าใจกัน เหตุมันเกิดเมื่อผมไปหาหมอที่ ร.พ. แล้ว @jokebenja จึงเกิดความสงสารและเห็นใจหรือท้อแท้ในเส้นทางการเดินของเรานี้ เธอจึงบอกกับผมว่า “หรือ จะลองไปคบกับคนที่เข้าใจดีมั้ย” ผมเองไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องจบหรือคิดว่าที่เธอเป็นแก้ไม่ได้ ผมคิดเสมอว่า บางทีอาจเป็นที่เราเร็วเอง เราไปไม่พอใจเอง ทำไมแฟนเราไม่เข้าใจเราก็อธิบายสิ เราก็ปรับเปลี่ยนกันไปสิ ผมยังไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้มันจะพาไปถึงจุดจบ

ผมถามเธอย้ำอีกทีว่าหมายความว่าอย่างไร หมายความอย่างที่พูดเหรอ อารมณ์ผมมันสับสนมากตอนนั้น หน้าตึงทุกอย่าง ผมไม่รู้หรอกว่าเํธอกำลังคิดอะไรอยู่ รู้แต่ว่า ดูเธอเหนื่อย เธอท้อ เธอคงไม่ไหวมากที่ผมอยากให้เธอเปลี่ยนในสิ่งที่เธอเป็น

แต่ในที่เรามีอะไรก็คุยกัน เรื่องมันก็ผ่านไป แยกย้ายกันกลับไปแต่ระหว่างทางผมก็คิดเสมอว่า คนเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองมันยาก อย่าทำอะไรที่ใจฝืนเราเองก็เคยเป็นมาก่อน แต่มันต้องมีสิ มีตรงกลางที่เราจูนกันจนมาลงตัว แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว เราก็ยังรักกันเหมือนเดิม our love blog ก็ยังคงดำเนินต่อไป และในขณะที่ผมกำลังเผา blog อยู่นี้ พรุ่งนี้ ทริป ดรีมเวิลร์ด กำลังจะมา ว้ากกก ไปนอนก่อนครับ

สวัสดี Blog แรก

Blog นี้ สร้างเมื่อ 27 กรกฏาคม 2552 เมื่อเวลาตีสาม
กลับมาจาก ทำงานแล้วรู้สึกเหนื่อยๆ เลยมานั่ง create blog ซะเลย
นั่งนึกชื่อตั้งนานว่าจะเอาอะไร firstben รู้สึกเรียบๆไป firstandben มันก็ดูไม่เก๋ ลองเอาอักษรของสองคนมารวมกัน FBIERNST จำยากอีก เลยเอาชื่อ username ของสองคนมารวมกัน jokemonster (เดิมเคยใช้ชื่อนี้แล้วเปลี่ยน) เข้าท่าดีแฮะแต่ดูง่ายๆไป แถมยังไปซ้ำเวป http://www.jokemonster.com/ เง้อ…. เลยลองคิดอีกตลบ เอาคำผวนมาเล่น fenbirst เข้าท่าดีจัดไป จึงกำเนิด blog นี้ขึ้นมา